บริการตรวจ วินิจฉัย นวดจัดกระดูก ปรับสมดุลร่างกาย โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง


 
ยินดีต้อนรับ

บุญบัวคลินิกการแพทย์แผนไทย (นวดไทย) ได้รับอนุญาตเปิดเป็นสถานพยาบาล แบบไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ตามใบอนุญาตที่ 50108000861 โดยกระทรวงสาธารณสุข 

ตั้งอยู่ที่ 41/1 ถนนเจริญสุข ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ (บริเวณห้าแยกสันติธรรม) ดำเนินการและปฏิบัติการนวดเพื่อบำบัดรักษา(หัตถเวชกรรม) หรือการนวดทางการแพทย์ โดยทีมแพทย์แผนไทยที่ได้รับการรับรองจากสภาการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเปิดให้บริการแก่ประชาชนเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและได้ผลอย่างดีในการรักษา, แก้ไข, บำบัด ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บปวดทางกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อกระดูก และระบบประสาทที่ถูกรบกวน เช่น จากการถูกกล้ามเนื้อเกร็งรัด หรือพังผืดกดทับ และเพื่อช่วยลดภาระทางโรงพยาบาลภาครัฐและการรับยาโดยอาจไม่มีความจำเป็น 


 

บริการของเรา

image
บุญบัวคลินิก มีแพทย์ผู้มีความรู้ความชำนาญทางด้านอาการต่างๆที่เกิดจากเส้น (ซึ่งหมายถึง กล้ามเนื้อ เอ็น พังผืด scar tissue หรือ fascia) และข้อต่อกระดูก ซึ่งก่อปัญหาเบียดเสียด รบกวน หรือทำให้เกิดการติดขัดต่อการไหลเวียนของ โลหิต ธาตุลม น้ำเหลือง และกระแสประสาท ที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหรืออวัยวะต่างๆ หรือทำให้การเคลื่อนไหวของข้อไม่เป็นไปตามพิสัยปกติ เกิดเป็นอาการปวด เจ็บ ปวดร้าว เสียวแปร๊บ อาการชา อาการอ่อนแรง ขยับไม่ได้ หรือ กล้ามเนื้อลีบ อันอาจเกิดจากท่าทาง อิริยาบถ การเคลื่อนไหวร่างกาย ที่ไม่เหมาะสม การทำงานหนัก การเล่นกีฬา หรือจากอุบัติเหตุแล้วไม่ได้แก้ไข นอกจากนี้ แพทย์แผนไทยยังช่วยตรวจธาตุต่างๆในร่างกายว่าอยู่ในภาวะสมดุลอย่างไรหรือไม่ เช่นมีลมคั่งค้างในเส้น ลมขึ้นเบื้องสูงเป็นต้น

ตัวอย่างผลการรักษา

การเสียสมดุลทางโครงสร้างกระดูก เช่น คอสะบัด (whiplash injury) จากการประสบอุบัติเหตุในอดีตหลายสิบปี ก็สามารถส่งผลต่ออาการเจ็บปวดของเราได้ แม้ในเบื้องต้นจะไม่มีอาการใดๆก็ตาม ขอให้ศึกษาเคสนี้เป็นตัวอย่างครับ

วัยไหนๆก็นวดรักษาได้ ปลอดภัยและได้ผลจริงถ้านวดโดยแพทย์แผนไทย

ผู้ป่วยปวดร้าวลงขา ชาเท้า จากภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หมอต้องการให้เขาเข้าผ่าตัดอย่างเดียวเท่านั้น

ผู้ป่วยอายุ 17 ปี กระดูกสันหลังคดและกระดูกคอเสียรูปยื่นไปข้างหน้า อันเนื่องมาจากพฤติกรรม

การบริหารร่างกายที่ไม่เหมาะสม เช่น การเล่นโยคะ หรือ crossfit ที่ไม่ระวัง อาจจะทำให้รูปร่างเสียได้

ศาสตร์การนวดจัดกระดูกช่วยแก้อาการเรื้อรังทางกล้ามเนื้อและประสาทได้จริง

พฤติกรรมการกินอาจทำให้ระบบย่อยไม่ดี เกิดอาการท้องผูกเรื้อรัง จนลมแทรกเข้าเส้น เกิดอาการเกร็งแข็งเจ็บปวดขึ้น

แชมป์มวยไทย 3 สมัย คุณ Hartmann ชาวเยอรมันและเพื่อนชาวสวีเดน เดินทางมานวดรักษาอาการปวดหลังเฉียบพลัน และอาการท้องผูก

เรามีความเชี่ยวชาญด้านการนวดปรับกระดูกสำหรับรักษาอาการปวดหลัง ปวดเอว เรื้อรัง ให้หายได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่ต้องใช้ยา

น้องผู้หญิงที่เริ่มพบว่าตัวเองเป็นโรคกระดูกสันหลังคดควรรีบรักษาตั้งแต่ยังอายุไม่มากนะครับ หากปล่อยไว้นอกจากจะเสียบุคคลิกแล้วอาจจะมีปัญหาสุขภาพต่างๆตามมาและอาจจะสายเกินไปที่จะแก้ไข

ศาสตร์การนวดรักษา เป็นศาสตร์แห่งภูมิปัญญาที่ควรได้รับความสำคัญ โดยเฉพาะในแวดวงเวชศาสตร์การกีฬา เพราะช่วยรักษาและฟื้นฟูนักกีฬาที่บาดเจ็บได้เป็นอย่างดี

เคสรักษา ภาวะ ตัวเอียง ปวดตึงลำตัวทั้งซีก ปวดเอวขึ้นสะบัก ปวดบ่าขึ้นต้นคอ เป็นผลมาจากร่างกายไม่สมดุล ขาไม่เท่ากัน ทำให้กล้ามเนื้อซีกใดซีกหนึ่งดึงรั้งเกร็งตึงจนก่ออาการ อันมาจากการอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานานๆ การสะพายกระเป๋า การชอบนอนตะแคง นอนคู้เข่า การนั่งไขว่ห้าง การบริหารร่างกายที่ไม่เหมาะสม 

ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำไปข้างหน้า (Anterior pelvic tilt) คือลักษณะการเสียสมดุลของร่างกายส่วนล่าง โดยจะเกิดการแอ่นตัวมากเกินไปของหลังช่วงล่าง ภาษาอังกฤษเรียกว่า Hyperlordosis บ้านเราจะเรียกลักษณะนี้ว่า ก้นงอน หรือ ก้นเป็ด ซึ่งจะมีลักษณะท้องยื่น พุงป่อง (ทั้งๆที่ไม่ได้อ้วน) ตามมา  

ตัวอย่างการรักษาหลังค่อม ไหล่ห่อ คอยื่น ด้วยการนวดจัดกระดูก โดยเทคนิคของบุญบัวคลินิก

คลิปตัวอย่างการรักษา

คุณยายศรีพรรณ อายุ 79 ปี มาด้วยอาการปวดสะโพกร้าวลงขาเดินเซ ชาเท้า ขาอ่อนแรง
คุณหมอ วินิจฉัยว่าเป็นโรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาทเรื้อรัง หรือสลักเพชรจม ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Piriformis Syndrome นานกว่า10ปี
มารักษาที่บุญบัวคลินิก ครั้งแรก
ตัวอย่างผู้ป่วยอาการกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาทขั้นรุนแรง ผู้ป่วยหนุ่มท่านนี้เป็นโรคดังกล่าวมานานหนึ่งปี เดินต้องบิดตัวตลอดเวลา นอนในท่าปกติไม่ได้เลย ต้องนั่งหลับมาหนึ่งปี ทุกข์ทรมานมาก เหตุเพราะการใช้ร่างกายหนักเกินไป โดยเฉพาะโหมเล่นฟิตเนสเล่นกล้ามยกน้ำหนัก จนกล้ามเนื้อในร่างกายบางส่วน เช่นกล้ามเนื้อแกนกลางในช่องท้อง กล้ามเนื้อสะโพกชั้นในและนอก สะสมความเกร็งแน่นมาต่อเนื่อง เมื่อไม่มีการช่วยคลายก็เกิดการรัดตรึงเส้นประสาทเส้นใหญ่ที่หล่อเลี้ยงขา ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในบริเวณสะโพก ขยับขาก็ปวดร้าวลงต้นขาลงใต้ข้อพับเข่า ขาชาไม่มีความรู้สึก  

 การนวดฟื้นฟูผู้ป่วยจากภาวะเส้นประสาทเสียหาย 

 

 

ดูรีวิวผู้ป่วยที่มารักษาที่บุญบัวคลินิกจากหน้าเฟสบุ๊ค

https://www.facebook.com/pg/chiromassagechiangmai/reviews/?ref=page_internal

บุญบัวคลินิกการแพทย์แผนไทย ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 41/1 ถนนเจริญสุข ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300 

เปิดทำการ: 

วันจันทร์, อังคาร, พฤหัสบดี, ศุกร์, อาทิตย์
เวลา 09.30 - 18.00 น.

หยุด: ทุกวันพุธ และ วันเสาร์ 


  กรุณานำผลเอกซ์เรย์หรือ MRI ทั้งที่เป็นฟิลม์หรือซีดีหรือภาพถ่าย ที่ไปตรวจมาไม่เกิน 6 เดือน มาให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยสำหรับผู้ป่วยที่มาครั้งแรก หากไม่มีก็สามารถทำการนัดหมายเพื่อเข้าตรวจและรักษาได้โดยแพทย์จะใช้วิธีการตรวจร่างกายดูได้ แต่หากแพทย์เห็นว่ามีความจำเป็นต้องขอดูผลเอกซเรย์ผู้ป่วยสามารถไปทำการถ่ายแล้วนำมาในภายหลังได้ 

 

 อัตราค่ารักษาพยาบาล 


คิดเป็นครั้ง ครั้งละ 900 บาท (คิวหนึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง) ทุกรายการ รวมทุกอย่าง ไม่มีเก็บเพิ่ม สามารถขอใบรับรองแพทย์และใบเสร็จรับเงินเพื่อนำไปทำเรื่องเบิกจ่ายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย กรณีที่ผู้ป่วยมาด้วยมากกว่า 1 อาการ แพทย์จะพิจารณาว่าจะทำการรักษาไปพร้อมกันในหนึ่งครั้งหรือแยกทำครั้งละอาการ

โปรสุดฮอทกลับมาแล้ว ลดค่ารักษาเหลือครั้งละ 800 บาท สำหรับผู้ป่วยที่ต้องรักษาต่อเนื่องมากกว่า 2 ครั้ง ให้สิทธิพิเศษเฉพาะผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือต้องใช้เวลาในการรักษามากกว่าอาการทั่วไป ตามรายการดังนี้
• สลักเพชรจม (ปวดก้นร้าวลงขา)
• หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ปวดเอวร้าวลงขา ชาขา ชาเท้า อ่อนแรง
• กระดูกคอเสื่อม (ปวดต้นคอ ร้าวลงสะบัก ลงต้นแขน มือชา)
• ไหล่ติด ยกแขน ไขว้หลัง ไม่สุด
• กระดูกสันหลังคด ไม่เกิน 20 องศาคด
• หลังโก่งผิดปกติ คอยื่นเกิน 20 องศา
• เอ็นบาดเจ็บ อักเสบ เช่นเอ็นข้อศอก เอ็นไบเส็บ เอ็นฝ่าเท้า
• หรือโรคหรืออาการอื่นๆที่แพทย์มีความเห็นว่าผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษา 3 ครั้ง
เงื่อนไข
1. หากผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องรักษาเกินกว่า 3 ครั้ง สิทธินี้ยังคงอยู่โดยการรักษาครั้งต่อไปจะคิดในอัตราครั้งละ 800 บาทจนกว่าจะหายจากอาการดังกล่าว
2. โปรนี้มีกำหนดหมดอายุ 1 ปี และไม่สามารถขอคืนเงินได้ แต่สามารถโอนหรือขายสิทธิให้ผู้อื่นได้
3. เริ่ม 4 มกราคม 2566 สิ้นสุดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566


 ระยะเวลาในการรักษา

ทุกคิวจะได้รับเวลาในการตรวจรักษาประมาณ 1 ชั่วโมงทุกเคส หากแพทย์เห็นว่าผู้ป่วยจำเป็นต้องทำการรักษาต่อเนื่องมากกว่า1 ครั้ง แพทย์จะทำการแจ้งผู้ป่วยว่าจะต้องใช้เวลารักษาอีกกี่ครั้ง โดยความถี่ทั่วไปคือทุก 7-10 วัน หรือสัปดาห์ละหนึ่งครั้งติดต่อกัน จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับอาการและภาวะความซับซ้อนของโรค โดยทั่วไปหากเป็นอาการระยะเริ่มแรกจะใช้เวลารักษา 1-2 ครั้ง ถ้าอาการเรื้อรังปานกลาง 3-4 ครั้ง และในรายที่เรื้อรังมานานและมีอาการรุนแรงอาจต้องใช้เวลารักษาต่อเนื่อง 5-8 ครั้ง

 


  

โทรสอบถามอาการและค่าบริการได้ที่


กดปุ่มเพื่อโทรหาเรา 

 

กดปุ่มเพื่อไลน์หาเรา 

 

แผนที่คลินิก


เมื่อถึงวงเวียน 5 แยกสันติธรรม ให้หันหน้าไปทางดอยสุเทพ จะเจอซอยร้าน ตัดแหลก-HAIRCUT ให้ตรงเข้ามาในซอยประมาณ 100 เมตร สังเกตทางซ้ายมือจะเห็นป้ายร้านลาบสีแดง ถัดจากป้ายร้านลาบจะเป็นบ้านสามชั้น เลขที่ 41 ถัดจากบ้านเลขที่ 41 จะเห็นอาคารสองชั้นติดกัน มีป้ายบุญบัวคลินิกหน้าอาคาร

ถ้ามาจากวงเวียน คลินิกจะอยู่ซ้ายมือ เมื่อเห็นป้ายให้เลี้ยวเข้าไปจอดหน้าอาคารได้เลย

มาจากทิศตะวันตกไปทางวงเวียน คลีนิกจะอยู่ทางขวามือ

 ดูแผนที่จาก Google Map 

หากที่จอดรถยนต์หน้าคลินิกไม่เพียงพอ ทางบุญบัวคลินิกมีพื้นที่จอดรถอยู่ห่างจากคลินิกประมาณ 50 เมตรไปทางวงเวียน ท่านสามารถเลี้ยวเข้าไปจอดในช่องที่กำหนดให้จอดสำหรับบุญบัวคลินิก (จอดได้ 5 คัน) 

ขั้นตอนการบริการ


  • เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลผู้ป่วยเบื้องต้นเกี่ยวกับการรักษาและอัตราค่ารักษา
  • ผู้ป่วยได้รับข้อมูลเบื้องต้นก่อนเข้ามารับการรักษาตามข้อกำหนด ดังนี้

  • เจ้าหน้าที่คัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้นว่าเข้าข่ายพร้อมสำหรับการนวดรักษาได้หรือไม่ 
  • ลงทะเบียนและลงเวชระเบียนผู้ป่วย 
  • แพทย์ทำการตรวจผู้ป่วย ด้วยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย อ่านผลเอกซ์เรย์/เอ็มอาร์ไอ 
  • แพทย์ทำการวินิจฉัยโรค หาสาเหตุของโรค 
  • แพทย์แนะนำวิธีและขั้นตอนในการรักษาโรค โดยวิธีการหัตถเวช
  • ทำหัตถเวชรักษาผู้ป่วย
  • หลังจากการรักษา แพทย์ทำการตรวจร่างกายและประเมินผลของการรักษา
  • แพทย์แนะนำการปฏิบัติตนเพื่อดูแลตนเองของผู้ป่วย เช่น สอนท่าบริหารร่างกาย แนะนำเรื่องอาหารแสลงโรค การเปลี่ยนท่าทางให้ถูกต้อง การใช้สมุนไพร เป็นต้น
  • แพทย์พิจารณาเพื่อทำการนัดผู้ป่วยครั้งต่อไปในกรณีจำเป็นที่ต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง
  • ผู้ป่วยดื่มน้ำสมุนไพรอุ่นๆ เพื่อปรับความดันโลหิตให้สมดุลก่อนกลับบ้านอย่างปลอดภัย

 

image

แพทย์ประจำคลินิก

image

ที่บุญบัวคลินิก ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจและรักษาโดยผู้ที่มีใบประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยจากสภาการแพทย์แผนไทยหรือใบประกอบโรคศิลปะ (พท.น.) เท่านั้น (ไม่ใช้ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย) จึงมั่นใจได้ว่าผู้ป่วยจะได้รับบริการที่มีคุณภาพและปลอดภัยอย่างเต็มที่ แพทย์แผนไทยในด้านนวดรักษาในเชียงใหม่มีจำนวนน้อย แต่แพทย์ที่ประจำที่นี่เป็นแพทย์ผู้มีความรู้ความชำนาญและมากประสบการณ์ในการรักษาด้วยหัตถเวชศาสตร์ 

 คลิกดูประวัติการทำงานและความชำนาญเฉพาะด้านของแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

  1. คลินิกนี้เป็นคลินิกอะไร และรักษาอะไร

    ตอบ:
    บุญบัวคลินิกขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาลกับกระทรวงสาธารณสุข ทำการตรวจและรักษาผู้ป่วยด้วยหัตถเวชศาสตร์(Manual Therapy)หรือการรักษาด้วยมีอโดยวิธีต่างๆเช่น กด บีบ คลึง ดัด ดึง ตามหลักการทางการแพทย์ โดยกระทำการรักษาบนร่างกายผู้ป่วยจากภายนอกเท่านั้น ไม่มีการล่วงล้ำเข้าในร่างกายผู้ป่วย(non-invasive) มีจุดประสงค์เฉพาะเพื่อจัดการอาการเจ็บปวด การบาดเจ็บ และการทุพพลภาพ ทางระบบกล้ามเนื้อและโครงสร้างร่างกาย (musculoskeletal disorder) ซึ่งรวมถึง กล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เอ็น เส้นประสาท กระดูกและข้อ และส่วนที่ช่วยพยุงโครงสร้างของร่างกายบริเวณหลังและคอ ทั้งชนิดเรื้อรังและเฉียบพลัน ตั้งแต่อาการเบาไปถึงหนัก อันเป็นผลจากการทำงาน ท่าทางไม่เหมาะสม ใช้ร่างกายที่กระทำซ้ำๆเดิมๆ การเล่นกีฬา อุบัติเหตุ ภาวะเสื่อม ฯลฯ ผู้ทำการตรวจและรักษาเป็นผู้ที่ได้รับใบประกอบวิชาชีพแพทย์และใบประกอบโรคศิลปะอย่างถูกต้องทุกคน บุญบัวคลินิกจึงต่างจากการนวดทั่วไปตามร้านนวดหรือสปาหรือการนวดหรือจัดกระดูกตามบ้าน ซึ่งไม่ได้มีกระบวนการตรวจวินิจฉัยหรืออาศัยหลักทางการแพทย์เพื่อรักษา

    2. การนวดปรับกระดูก (หรือนวดจัดกระดูก) คืออะไร

    ตอบ: เป็นเทคนิคการรักษาเฉพาะที่ทางบุญบัวคลินิกคิดค้นและพัฒนาขึ้นมาจากความรู้และประสบการณ์ที่รักษาโรคทางกล้ามเนื้อ พังผืด เอ็น ข้อกระดูก และเส้นประสาท มาร่วม10ปีกว่า และได้ผลสำเร็จทางการรักษาอย่างดีมาตลอด โดยผู้ป่วยไม่ต้องใช้ยาหรือเข้ารับการผ่าตัด (หากอยู่ในขอบข่ายหรือเกณฑ์ที่รักษาได้) เทคนิคนวดปรับกระดูกบุญบัวเป็นการต่อยอดจากศาสตร์ภูมิปัญญาด้านการนวดบำบัดทางการแพทย์ ผสมกับองค์ความรู้ด้านหัตถเวชกรรมของตะวันตก เพื่อให้สามารถดูแลครอบคลุมความผิดปกติของทั้งกล้ามเนื้อ เอ็น พังผืด และข้อกระดูกโดยตั้งบนหลักที่ว่า "โครงสร้างกระดูกและระบบกล้ามเนื้อและเอ็นเชื่อมโยงทำงานสัมพันธ์กัน เมื่อเกิดปัญหา ผู้ป่วยสมควรได้รับการตรวจและรักษาทุกระบบโดยรวม จึงเกิดผลการรักษาระยะยาวอย่างยั่งยืน การนวดและการปรับข้อต่อกระดูกจึงต้องทำควบคู่กัน" หน้าที่ของหมอคือปรับสมดุลร่างกายผู้ป่วย แก้ไขการติดขัดของระบบไหลเวียนและกระแสประสาทเพื่อเอื้ออำนวยให้ร่างกายผู้ป่วยเกิดการรักษาตัวเองตามธรรมชาติ เทคนิคการรักษาของเราออกแบบมาเพื่อเน้นความปลอดภัยสูงสุดโดยให้ผู้ป่วยเข้ารับรักษาน้อยครั้งที่สุด (โดยปกติใช้เวลา 1 - 3ครั้ง) มีการวัดและประเมินผลการรักษาทุกครั้ง ผู้ป่วยจะเห็นความคืบหน้าการรักษาว่ามาถูกทางหรือไม่

    3. การนวดไทย หรือนวดรักษา คืออะไร? 

    ตอบ: การนวดไทย หรือหัตถเวชกรรมไทย เป็นศาสตร์และศิลป์อีกแขนงหนึ่งที่สำคัญของหลักวิชาการแพทย์แผนไทย ในการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ การนวดไทยในปัจจุบันเป็นภูมิปัญญาไทย ที่ได้ผ่านการบูรณาการร่วมกับองค์ความรู้ของศาสตร์การแพทย์ในระบบการแพทย์อื่นๆ จนพัฒนาเป็นการนวดไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศ และในระดับนานาชาติ การนวดไทยเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการตรวจ การวินิจฉัย การบำบัด การส่งเสริม และการฟื้นฟูสุขภาพ ด้วยวิธีการกด การคลึง การบีบ การดัด การดึง การประคบสมุนไพร และการอบสมุนไพร

    4. การนวดเพื่อรักษา ต่างจาก การนวดเพื่อสุขภาพ อย่างไร?           

    ตอบ: ในประเทศไทย การให้บริการนวดไทย แบ่งตามวัตถุประสงค์ได้เป็น 2 ประเภท คือ

                1. การนวดเพื่อผ่อนคลาย เป็นการนวด เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ไม่สามารถประกอบการนวดรักษาอาการหรือรักษาโรคได้ ผู้ที่ปฏิบัติงานนวดเพื่อสุขภาพนี้จะต้องขึ้นทะเบียนกับ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นพนักงานนวด ซึ่งมีสถานประกอบการได้แก่ ร้านนวด หรือสปา 

                2. การนวดเพื่อบำบัดรักษา เป็นการนวดเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ในการบำบัดโรค หรือรักษาผู้ป่วย เช่น นวดแก้สะบักจม นวดแก้คอเคล็ด นวดแก้ปวดหลัง นวดแก้ปวดสะโพก(สลักเพชร) นวดแก้ท้องผูก เป็นต้น ผู้ที่ปฏิบัติงานนวดเพื่อบำบัดรักษา ต้องเป็นผู้ที่ได้รับการอบรมในสถาบันการแพทย์แผนไทย ในหลักสูตร 4 ปี โดยศึกษาหลักการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการนวด เมื่อจบการศึกษาแล้ว จะต้องไปสอบเพื่อขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ซึ่งจัดสอบโดยสภาการแพทย์แผนไทยทุกปี เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติแล้ว จึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยกับสภาการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข สามารถประกอบการรักษาผู้ป่วยได้ แพทย์ผู้ทำการนวดรักษานี้จะต้องทำการในสถานพยาบาล เช่น โรงพยาบาล หรือคลินิกการแพทย์แผนไทยเท่านั้น (เราจึงไม่พบแพทย์แผนไทยด้านการนวดอยู่ในร้านนวดหรือสปา)

    5. รักษาแล้วจะหายจริงไหม และหายถาวรไหม?
    ตอบ: การรักษาของเราแม้เป็นการแพทย์ทางเลือกแต่ได้พิสูจน์ว่าสามารถนำพาผู้ป่วยที่ต้องการเลือกการรักษาทางนี้ไปสู่ความพ้นจากอาการที่ทุกข์ทรมานได้เป็นจำนวนมาก ดังจะเห็นได้จากการบอกต่อแนะนำกันมาของผู้ป่วยที่มาขอคิวรักษาที่นี่อย่างเนืองแน่นทุกวันทั้งชาวไทยและต่างประเทศ "เรามุ่งเน้นที่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุไม่ใช่เพียงเพื่อระงับอาการให้ผู้ป่วย" จึงมีความละเอียดในเรื่องการสืบประวัติ ตรวจร่างกาย ทำแบบทดสอบร่างกาย อ่านผลทางรังสีวิทยา ได้ข้อมูลที่เพียงพอแล้วจึงทำการวินิจฉัยโรค การวินิจฉัยที่แม่นยำถูกต้อง และใช้เทคนิคการรักษาที่เหมาะสมย่อมนำมาซึ่งประสิทธิผล ผู้ป่วยไม่เสียเวลา เสียดายเงินทองหรือวิตกกังวล เมื่อหายจากอาการแล้ว หมอจะต้องให้ข้อแนะนำในการปฏิบัติตัว ปรับพฤติกรรม และท่าบริหารเพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นอีก ในผู้ป่วยบางคนที่เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องกลับไปอยู่ในท่าทางหรืออิริยาบถที่ไม่เหมาะสมอีกอาจจะต้องคอยเข้ามาตรวจเป็นระยะ

    6. ค่ารักษาแพงไหม
    ตอบ: อัตราค่ารักษาปัจจุบันของบุญบัวคลินิกอยู่ที่900บาท ต่อครั้ง เป็นค่ารักษาตายตัวสำหรับทุกรายการ ทุกโรคทุกอาการ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง อัตรานี้รวมเบ็ดเสร็จทุกอย่าง ตั้งแต่ค่าตรวจวินิจฉัย ค่าปรับกระดูก จัดสมดุลโครงร่าง ค่านวดรักษาอาการโดยแพทย์ (เฉพาะค่านวดรักษาทั่วไปอย่างต่ำ 600-800 บาท) ครอบแก้ว(ในจุดที่มีการไหลเวียนต่ำ) ประคบคลายกล้ามเนี้อ สลายพังผืด ค้นหาจุดกดเจ็บ แก้ trigger points สอนท่าบริหารที่เหมาะสมเฉพาะตัวผู้ป่วย รวมแล้วมูลค่าไม่ต่ำกว่า2000บาท ผู้ป่วยที่ต้องการใบรับรองแพทย์และใบเสร็จเพื่อทำเรื่องเบิกค่ารักษาสามารถขอได้ฟรี หากเปรียบเทียบค่ารักษาในลักษณะคล้ายกันกับที่อื่น ซึ่งอยู่ที่ 1200 - 2400 บาท ต่อครั้ง อัตรา900บาทนี้ถือว่าถูกและคุ้มมากกับผลที่ได้ นอกจากนี้ยังมีส่วนลดพิเศษให้กับนักเรียน นักศึกษา พระภิกษุสงฆ์ และผู้ป่วยที่ต้องรักษาต่อเนื่องมากกว่า 2 ครั้ง ลดเหลือเพียงครั้งละ 800 บาท

    7. นวดปรับกระดูกจะเจ็บไหม?
        ตอบ: 
    เนื่องจากการนวดรักษาจะแตกต่างจากการนวดไทยเพื่อสุขภาพ โดยการนวดรักษาแพทย์ผู้ทำการนวด หลังจากทราบสมุฏฐานหรือสาเหตุของโรคแล้ว จะพิจารณาวิธีการและขั้นตอนและน้ำหนักมือ(รสมือ)ในการรักษาอาการดังกล่าว โดยจะมุ่งเฉพาะจุดหรือบริเวณที่เกี่ยวข้องกับสมุฏฐานนั้นเท่านั้น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและระดับความทนได้ของผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่บุญบัวคลินิกเราออกแบบโปรแกรมการรักษาด้วยการใช้เครื่องมือที่ทำให้ใช้เวลาในการรักษาน้อยที่สุดแต่ประสิทธิภาพสูง ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกไม่สบายตัวหรือมีอาการเจ็บปวดจากหัตถเวชกรรมของเรา ในทางตรงข้ามจะรู้สึกสบายตัวหลังการรักษา ในขั้นตอนหลังนวดรักษาจะมีการประคบสมุนไพรแก้ฟกช้ำ เพื่อลดอาการระบมของกล้ามเนื้อในวันรุ่งขึ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงมีอาการระบมหลังการนวดน้อยมาก ส่วนการปรับกระดูกเป็นการดึงดัดข้อกลับสู่แนวปกติอย่างรวดเร็ว แม่นยำ ที่ระยะพิสัยของข้อที่ต่ำสุด จึงไม่มีความรู้สึกเจ็บแต่อย่างใด เพราะไม่มีการกระชากหรือทำให้เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อรอบบริเวณข้อ 

8. ต้องรักษากี่ครั้ง
ตอบ: บุญบัวคลินิกเข้าใจถึงความกังวลของผู้ป่วยในเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีรายได้ไม่มากแต่อยากหาย จึงออกแบบโปรแกรมการรักษาให้กระชับและได้ผลเร็วที่สุด ใช้จำนวนครั้งในการเข้ามารักษาให้น้อยที่สุด จากสถิติของเราพบว่าจำนวนครั้งการรักษาขึ้นอยู่กับภาวะของอาการหรือโรค ยิ่งเรื้อรังมานานยิ่งต้องใช้ระยะเวลาแก้ไขมากขึ้น และปัจจัยเรื่องอายุ อายุยิ่งน้อยยิ่งหายเร็ว เนื่องจากการใช้ร่างกายและการสะสมการตึงเกร็งของกล้ามเนื้อและพังผืดยังไม่มาก ตัวอย่างตามสถิติการรักษา เช่น อาการปวดหลัง-เอว ชนิดไม่ร้าวลงขา ใช้เวลา 1 - 2ครั้ง / อาการปวดคอบ่าไหล่ชนิดไม่ร้าวลงสบักหรือแขน ใช้เวลา 1 - 2ครั้ง / อาการปวดร้าวลงขา-ชาเท้าใช้เวลา 3-4 ครั้ง / อาการกระดูกคอเสื่อมทับเส้นประสาท ใช้เวลา 2- 3ครั้ง / อาการปวดเข่า 1-2ครั้ง เป็นต้น ระยะห่างแต่ละครั้ง 7 วัน ห่างได้ไม่ควรเกิน 10 วัน

9. ต้องการมารักษาต้องทำอย่างไร
ตอบ: คลินิกรับผู้ป่วยเฉพาะที่ได้จองคิวล่วงหน้าโดยผ่านระบบจองการนัดหมายด้วยตนเองทางออนไลน์ ที่ https://boonbua.simplybook.asia/v2/ หรือหากไม่สะดวกผู้ป่วยสามารถโทรมาที่ 098-919-2587 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยทำการนัดหมายให้ แต่โทรได้เฉพาะในวันเวลาทำการเท่านั้น คือ จ. อ. พฤ. ศ. อา. 9.00-18. 00 น.

 

ภาพสถานที่บุญบัวคลินิก

ภาพภายนอกภายในอาคาร , 1868 ผู้ชม

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้