บริการตรวจ วินิจฉัย นวดรักษาอาการ ปรับสมดุลร่างกาย โดยแพทย์ทางเลือก


 
 #เกณฑ์การรับผู้ป่วยในช่วงโควิด
- ในช่วงโควิด คลินิกขอสงวนสิทธิ์งดรับผู้ป่วยตามเกณฑ์ดังนี้
1. เป็นชาวต่างชาติ ไม่ว่าในกรณีใดๆ
2. เป็นผู้เดินทางเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่จากจังหวัดพื้นที่ควบคุม ตามประกาศศบค. คือ 1. พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดสูงสุด (สีแดงเข้ม) 
3. เป็นผู้มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก เจ็บแน่นหน้าอก


อย่างไรก็ตามเราได้เตรียมสถานที่และทีมงานในเรื่องของความปลอดภัยอย่างเต็มที่ตามมาตรการป้องกันเหมือนเดิม ขอให้ผู้ป่วยวางใจได้ ขอขอบพระคุณในความร่วมมือ
 

หากผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการยินยอมและผ่านเกณฑ์ในข้างต้นท่านสามารถทำการนัดหมายจองคิวรักษาได้ โดยผ่านช่องทางต่างๆดังนี้
 
1. ทำการนัดหมายอัตโนมัติทางออนไลน์ด้วยตนเอง โดยกดที่ปุ่ม "จองคิวรักษา" ได้เลย

 
2. โทรศัพท์มาที่หมายเลข 0989192587 ในวันเวลาทำการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการจองคิวรักษาให้
3. ส่งข้อความมาทาง Messenger ของเพจเฟสบุ๊คของคลินิก https://www.facebook.com/chiromassagechiangmai 

ยินดีต้อนรับ


บุญบัวคลินิกการแพทย์แผนไทย (นวดไทย) ได้รับอนุญาตเปิดเป็นสถานพยาบาล แบบไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ตามใบอนุญาตที่ 50108000861 โดยกระทรวงสาธารณสุข 

ตั้งอยู่ที่ 41/1 ถนนเจริญสุข ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ (บริเวณห้าแยกสันติธรรม) ดำเนินการและปฏิบัติการนวดเพื่อรักษา(หัตถเวชกรรม) หรือการนวดทางการแพทย์ โดยทีมแพทย์แผนไทยที่ได้รับการรับรองจากสภาการแพทย์แผนไทย เพื่อเปิดให้บริการแก่ประชาชนเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและได้ผลอย่างดีในการรักษา, แก้ไข, บำบัด ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บปวดทางกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อกระดูก และระบบประสาทที่ถูกรบกวน เช่น จากการถูกกล้ามเนื้อเกร็งรัด หรือพังผืดกดทับ และเพื่อช่วยลดภาระทางโรงพยาบาลภาครัฐและการรับยาโดยอาจไม่มีความจำเป็น 

บุญบัวคลินิก ถือเป็นคลินิกนวดรักษาแห่งแรก และแห่งเดียวของเชียงใหม่

บริการของเรา

image
บุญบัวคลินิก มีแพทย์ผู้มีความรู้ความชำนาญทางด้านอาการต่างๆที่เกิดจากเส้น (ซึ่งหมายถึง กล้ามเนื้อ เอ็น พังผืด(fascia)) และข้อต่อกระดูก ซึ่งก่อปัญหาเบียดเสียด รบกวน หรือทำให้เกิดการติดขัดต่อการไหลเวียนของ โลหิต ธาตุลม น้ำเหลือง และกระแสประสาท ที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหรืออวัยวะต่างๆ หรือทำให้การเคลื่อนไหวของข้อไม่เป็นไปตามพิสัยปกติ เกิดเป็นอาการปวด เจ็บ ปวดร้าว เสียวแปร๊บ อาการชา อาการอ่อนแรง ขยับไม่ได้ หรือ กล้ามเนื้อลีบ อันอาจเกิดจากท่าทาง อิริยาบถ การเคลื่อนไหวร่างกาย ที่ไม่เหมาะสม การทำงานหนัก การเล่นกีฬา หรือจากอุบัติเหตุแล้วไม่ได้แก้ไข นอกจากนี้ แพทย์แผนไทยยังช่วยตรวจธาตุต่างๆในร่างกายว่าอยู่ในภาวะสมดุลอย่างไรหรือไม่ เช่นมีลมคั่งค้างในเส้น ลมขึ้นเบื้องสูงเป็นต้น

ตัวอย่างผลการรักษา

การเสียสมดุลทางโครงสร้างกระดูก เช่น คอสะบัด (whiplash injury) จากการประสบอุบัติเหตุในอดีตหลายสิบปี ก็สามารถส่งผลต่ออาการเจ็บปวดของเราได้ แม้ในเบื้องต้นจะไม่มีอาการใดๆก็ตาม ขอให้ศึกษาเคสนี้เป็นตัวอย่างครับ

วัยไหนๆก็นวดรักษาได้ ปลอดภัยและได้ผลจริงถ้านวดโดยแพทย์แผนไทย

ผู้ป่วยปวดร้าวลงขา ชาเท้า จากภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หมอต้องการให้เขาเข้าผ่าตัดอย่างเดียวเท่านั้น

ผู้ป่วยอายุ 17 ปี กระดูกสันหลังคดและกระดูกคอเสียรูปยื่นไปข้างหน้า อันเนื่องมาจากพฤติกรรม

การบริหารร่างกายที่ไม่เหมาะสม เช่น การเล่นโยคะ หรือ crossfit ที่ไม่ระวัง อาจจะทำให้รูปร่างเสียได้

ศาสตร์การนวดจัดกระดูกช่วยแก้อาการเรื้อรังทางกล้ามเนื้อและประสาทได้จริง

พฤติกรรมการกินอาจทำให้ระบบย่อยไม่ดี เกิดอาการท้องผูกเรื้อรัง จนลมแทรกเข้าเส้น เกิดอาการเกร็งแข็งเจ็บปวดขึ้น

แชมป์มวยไทย 3 สมัย คุณ Hartmann ชาวเยอรมันและเพื่อนชาวสวีเดน เดินทางมานวดรักษาอาการปวดหลังเฉียบพลัน และอาการท้องผูก

เรามีความเชี่ยวชาญด้านการนวดปรับกระดูกสำหรับรักษาอาการปวดหลัง ปวดเอว เรื้อรัง ให้หายได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่ต้องใช้ยา

น้องผู้หญิงที่เริ่มพบว่าตัวเองเป็นโรคกระดูกสันหลังคดควรรีบรักษาตั้งแต่ยังอายุไม่มากนะครับ หากปล่อยไว้นอกจากจะเสียบุคคลิกแล้วอาจจะมีปัญหาสุขภาพต่างๆตามมาและอาจจะสายเกินไปที่จะแก้ไข

ศาสตร์การนวดรักษา เป็นศาสตร์แห่งภูมิปัญญาที่ควรได้รับความสำคัญ โดยเฉพาะในแวดวงเวชศาสตร์การกีฬา เพราะช่วยรักษาและฟื้นฟูนักกีฬาที่บาดเจ็บได้เป็นอย่างดี

เคสรักษา ภาวะ ตัวเอียง ปวดตึงลำตัวทั้งซีก ปวดเอวขึ้นสะบัก ปวดบ่าขึ้นต้นคอ เป็นผลมาจากร่างกายไม่สมดุล ขาไม่เท่ากัน ทำให้กล้ามเนื้อซีกใดซีกหนึ่งดึงรั้งเกร็งตึงจนก่ออาการ อันมาจากการอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานานๆ การสะพายกระเป๋า การชอบนอนตะแคง นอนคู้เข่า การนั่งไขว่ห้าง การบริหารร่างกายที่ไม่เหมาะสม 

ภาวะกระดูกเชิงกรานคว่ำไปข้างหน้า (Anterior pelvic tilt) คือลักษณะการเสียสมดุลของร่างกายส่วนล่าง โดยจะเกิดการแอ่นตัวมากเกินไปของหลังช่วงล่าง ภาษาอังกฤษเรียกว่า Hyperlordosis บ้านเราจะเรียกลักษณะนี้ว่า ก้นงอน หรือ ก้นเป็ด ซึ่งจะมีลักษณะท้องยื่น พุงป่อง (ทั้งๆที่ไม่ได้อ้วน) ตามมา  

ตัวอย่างการรักษาหลังค่อม ไหล่ห่อ คอยื่น ด้วยการนวดจัดกระดูก โดยเทคนิคของบุญบัวคลินิก

คลิปตัวอย่างการรักษา

คุณยายศรีพรรณ อายุ 79 ปี มาด้วยอาการปวดสะโพกร้าวลงขาเดินเซ ชาเท้า ขาอ่อนแรง
คุณหมอ วินิจฉัยว่าเป็นโรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาทเรื้อรัง หรือสลักเพชรจม ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Piriformis Syndrome นานกว่า10ปี
มารักษาที่บุญบัวคลินิก ครั้งแรก
ตัวอย่างผู้ป่วยอาการกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาทขั้นรุนแรง ผู้ป่วยหนุ่มท่านนี้เป็นโรคดังกล่าวมานานหนึ่งปี เดินต้องบิดตัวตลอดเวลา นอนในท่าปกติไม่ได้เลย ต้องนั่งหลับมาหนึ่งปี ทุกข์ทรมานมาก เหตุเพราะการใช้ร่างกายหนักเกินไป โดยเฉพาะโหมเล่นฟิตเนสเล่นกล้ามยกน้ำหนัก จนกล้ามเนื้อในร่างกายบางส่วน เช่นกล้ามเนื้อแกนกลางในช่องท้อง กล้ามเนื้อสะโพกชั้นในและนอก สะสมความเกร็งแน่นมาต่อเนื่อง เมื่อไม่มีการช่วยคลายก็เกิดการรัดตรึงเส้นประสาทเส้นใหญ่ที่หล่อเลี้ยงขา ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในบริเวณสะโพก ขยับขาก็ปวดร้าวลงต้นขาลงใต้ข้อพับเข่า ขาชาไม่มีความรู้สึก  

 การนวดฟื้นฟูผู้ป่วยจากภาวะเส้นประสาทเสียหาย 

 

 

ดูรีวิวผู้ป่วยที่มารักษาที่บุญบัวคลินิกจากหน้าเฟสบุ๊ค

https://www.facebook.com/pg/chiromassagechiangmai/reviews/?ref=page_internal

บุญบัวคลินิกการแพทย์แผนไทย (นวดไทย) ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 41/1 ถนนเจริญสุข ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300 

เปิดทำการ: 

วันจันทร์, อังคาร, พฤหัสบดี, ศุกร์, อาทิตย์
เวลา 09.30 - 18.00 น.

หยุด: ทุกวันพุธ และ วันเสาร์ 

หมายเหตุ: เพื่อความสะดวกของผู้ป่วย กรุณาโทรจองคิวล่วงหน้า ที่ 0989192587

  กรุณานำผลเอกซ์เรย์หรือ MRI (ถ้าหากมี) มาให้แพทย์ตรวจวินิจฉัย สำหรับผู้ป่วยที่มาครั้งแรก

 

 

อัตราค่ารักษาพยาบาล 

หมายเหตุ  ค่ารักษาในอัตราลดพิเศษ 3 ครั้ง 2400 บาทนี้ ผู้ป่วยจะได้รับสิทธินี้ในกรณีที่แพทย์พิจารณาแล้วเห็นสมควรว่าผู้ป่วยควรทำการรักษามากกว่า 2 ครั้งติดต่อกันเท่านั้น และค่ารักษาที่ชำระล่วงหน้านี้จะไม่สามารถขอคืนได้ไม่ว่ากรณีใดๆ (ผู้ป่วยสามารถโอนสิทธิให้ผู้อื่นได้) 

 

โทรสอบถามอาการและค่าบริการได้ที่

098-919-2587 

กดปุ่มเพื่อโทรหาเรา 

 

กดปุ่มเพื่อไลน์หาเรา 

 

แผนที่คลีนิก


เมื่อถึงวงเวียน 5 แยกสันติธรรม ให้หันหน้าไปทางดอยสุเทพ จะเจอซอยร้านตั๊กแตนบิวตี้ ให้ตรงเข้ามาในซอยประมาณ 100 เมตร สังเกตทางซ้ายมือจะเห็นป้ายร้านลาบสีแดง ถัดจากป้ายร้านลาบจะเป็นบ้านสามชั้น เลขที่ 41 ถัดจากบ้านเลขที่ 41 จะเห็นอาคารสองชั้นติดกัน มีป้ายบุญบัวคลินิกหน้าอาคาร

ถ้ามาจากวงเวียน คลินิกจะอยู่ซ้ายมือ เมื่อเห็นป้ายให้เลี้ยวเข้าไปจอดหน้าอาคารได้เลย

มาจากทิศตะวันตกไปทางวงเวียน คลีนิกจะอยู่ทางขวามือ

 ดูแผนที่จาก Google Map 

ขั้นตอนการบริการ


  • เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลผู้ป่วยเบื้องต้นเกี่ยวกับการรักษาและอัตราค่ารักษา
  • ผู้ป่วยได้รับข้อมูลเบื้องต้นก่อนเข้ามารับการรักษาตามข้อกำหนด ดังนี้

  • เจ้าหน้าที่คัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้นว่าเข้าข่ายพร้อมสำหรับการนวดรักษาได้หรือไม่ 
  • ลงทะเบียนและลงเวชระเบียนผู้ป่วย 
  • แพทย์ทำการตรวจผู้ป่วย ด้วยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย อ่านผลเอกซ์เรย์/เอ็มอาร์ไอ 
  • แพทย์ทำการวินิจฉัยโรค หาสาเหตุของโรค 
  • แพทย์แนะนำวิธีและขั้นตอนในการรักษาโรค โดยวิธีการหัตถเวช
  • ทำหัตถเวชรักษาผู้ป่วย
  • หลังจากการรักษา แพทย์ทำการตรวจร่างกายและประเมินผลของการรักษา
  • แพทย์แนะนำการปฏิบัติตนเพื่อดูแลตนเองของผู้ป่วย เช่น สอนท่าบริหารร่างกาย แนะนำเรื่องอาหารแสลงโรค การเปลี่ยนท่าทางให้ถูกต้อง การใช้สมุนไพร เป็นต้น
  • แพทย์พิจารณาเพื่อทำการนัดผู้ป่วยครั้งต่อไปในกรณีจำเป็นที่ต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง
  • ผู้ป่วยดื่มน้ำสมุนไพรอุ่นๆ เพื่อปรับความดันโลหิตให้สมดุลก่อนกลับบ้านอย่างปลอดภัย
image

แพทย์ประจำคลินิก

image

ที่บุญบัวคลินิก ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจและรักษาโดยผู้ที่มีใบประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยจากสภาการแพทย์แผนไทยหรือใบประกอบโรคศิลปะ (พท.น.) เท่านั้น (ไม่ใช้ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย) จึงมั่นใจได้ว่าผู้ป่วยจะได้รับบริการที่มีคุณภาพและปลอดภัยอย่างเต็มที่ แพทย์แผนไทยในด้านนวดรักษาในเชียงใหม่มีจำนวนน้อย แต่แพทย์ที่ประจำที่นี่เป็นแพทย์ผู้มีความรู้ความชำนาญและมากประสบการณ์ในการรักษาด้วยหัตถเวชศาสตร์ 

 คลิกดูประวัติการทำงานและความชำนาญเฉพาะด้านของแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

1. การนวดไทยคืออะไร? 

    ตอบ การนวดไทย หรือหัตถเวชกรรมไทย เป็นศาสตร์และศิลป์อีกแขนงหนึ่งที่สำคัญของหลักวิชาการแพทย์แผนไทย ในการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ การนวดไทยในปัจจุบันเป็นภูมิปัญญาไทย ที่ได้ผ่านการบูรณาการร่วมกับองค์ความรู้ของศาสตร์การแพทย์ในระบบการแพทย์อื่นๆ จนพัฒนาเป็นการนวดไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศ และในระดับนานาชาติ การนวดไทยเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการตรวจ การวินิจฉัย การบำบัด การส่งเสริม และการฟื้นฟูสุขภาพ ด้วยวิธีการกด การคลึง การบีบ การดัด การดึง การประคบสมุนไพร และการอบสมุนไพร

2. การนวดเพื่อรักษา ต่างจาก การนวดเพื่อสุขภาพ อย่างไร?           

    ตอบ ในประเทศไทย การให้บริการนวดไทย แบ่งตามวัตถุประสงค์ได้เป็น 2 ประเภท คือ

            1. การนวดเพื่อผ่อนคลาย เป็นการนวด เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ไม่สามารถประกอบการนวดรักษาอาการหรือรักษาโรคได้ ผู้ที่ปฏิบัติงานนวดเพื่อสุขภาพนี้จะต้องขึ้นทะเบียนกับ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นพนักงานนวด ซึ่งมีสถานประกอบการได้แก่ ร้านนวด หรือสปา 

            2. การนวดเพื่อบำบัดรักษา เป็นการนวดเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ในการบำบัดโรค หรือรักษาผู้ป่วย เช่น นวดแก้สะบักจม นวดแก้คอเคล็ด นวดแก้ปวดหลัง นวดแก้ปวดสะโพก(สลักเพชร) นวดแก้ท้องผูก เป็นต้น ผู้ที่ปฏิบัติงานนวดเพื่อบำบัดรักษา ต้องเป็นผู้ที่ได้รับการอบรมในสถาบันการแพทย์แผนไทย ในหลักสูตร 4 ปี โดยศึกษาหลักการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการนวด เมื่อจบการศึกษาแล้ว จะต้องไปสอบเพื่อขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ซึ่งจัดสอบโดยสภาการแพทย์แผนไทยทุกปี เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติแล้ว จึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยกับสภาการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข สามารถประกอบการรักษาผู้ป่วยได้ แพทย์ผู้ทำการนวดรักษานี้จะต้องทำการในสถานพยาบาล เช่น โรงพยาบาล หรือคลินิกการแพทย์แผนไทยเท่านั้น (เราจึงไม่พบแพทย์แผนไทยด้านการนวดอยู่ในร้านนวดหรือสปา)

3. การรักษาใช้เวลาต่อครั้งนานเท่าไหร่?
    ตอบ การนวดรักษาทุกอาการจะใช้เวลาครั้งละ 45 นาที เนื่องจากไม่ใช่การนวดเพื่อสุขภาพจึงไม่นวดทั้งตัว แต่จะเน้นไปที่จุดต่างๆที่เชื่อมโยงกับสาเหตุของอาการเท่านั้น เพราะเราต้องการจ่ายเลือดไปยังบริเวณที่มีปัญหา จึงจะได้ผลดีและหายเร็ว หากนวดทั้งตัวเป็นเวลานาน ร่างกายจะสับสนและจ่ายเลือดไปที่อื่น

4. นวดไทยแล้วจะเจ็บไหม?
    ตอบ 
เนื่องจากการนวดรักษาจะแตกต่างจากการนวดไทยเพื่อสุขภาพ โดยการนวดรักษาแพทย์ผู้ทำการนวด หลังจากทราบสมุฏฐานหรือสาเหตุของโรคแล้ว จะพิจารณาวิธีการและขั้นตอนและน้ำหนักมือ(รสมือ)ในการรักษาอาการดังกล่าว โดยจะมุ่งเฉพาะจุดหรือบริเวณที่เกี่ยวข้องกับสมุฏฐานนั้นเท่านั้น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและระดับความทนได้ของผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่บุญบัวคลินิกเราออกแบบโปรแกรมการรักษาด้วยการใช้เครื่องมือที่ทำให้ใช้เวลาในการรักษาน้อยที่สุดแต่ประสิทธิภาพสูง ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกไม่สบายตัวหรือมีอาการเจ็บปวดจากหัตถเวชกรรมของเรา ในทางตรงข้ามจะรู้สึกสบายตัวหลังการรักษา ในขั้นตอนหลังนวดรักษาจะมีการประคบสมุนไพรแก้ฟกช้ำทุกครั้ง เพื่อลดอาการระบมของกล้ามเนื้อในวันรุ่งขึ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงมีอาการระบมหลังการนวดน้อยมาก 

5. การรักษาต้องมาทำต่อเนื่องนานเท่าไหร่?
     ตอบ เนื่องจากที่บุญบัวคลินิกเราใช้เทคนิกต่างๆเข้ามาช่วยผ่อนแรงและช่วยย่นระยะเวลาการนวด ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องนวดนาน และเกิดความสะดวกสบายในการรักษา ผลคือทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างตามประสบการณ์ที่รักษาผู้ป่วยที่มีอาการ ดังนี้

  • อาการปวดหลัง ปวดเอว ชนิดไม่ร้าวลงขา หรือมีอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ส่วนใหญ่ทำการรักษา เพียง 1-2 ครั้ง 
  • อาการกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (ปวดก้น หรือสลักเพชร) ทำการรักษาประมาณไม่เกิน 3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความหนาของกล้ามเนื้อและพังผืด อย่างเร็วสุดรับการรักษา 2 ครั้ง 
  • อาการปวดร้าวลงขา ชาเท้า จากภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้น ทำการรักษา 2-5 ครั้ง
  • อาการออฟฟิศซินโดรม ทำการรักษา 1-2 ครั้ง
  • อาการไหล่ติด ทำการรักษา 1-2 ครั้ง จนยกแขนได้ในองศาปกติ
  • อาการรองช้ำ ทำการรักษา 2-3 ครั้ง
  • อาการข้ออักเสบ เอ็นอักเสบ ขึ้นอยู่กับลักษณะการบาดเจ็บ การรักษาจะใช้เวลาหลายครั้ง เพราะเอ็นอักเสบจะหายช้ากว่ากล้ามเนื้ออักเสบ แต่ค่ารักษาจะต่ำกว่าอาการอื่น
  • อาการกระดูกคด หลังโก่ง ขาไม่เท่ากัน ทำการรักษา 1-2 ครั้ง
  • อาการอัมพฤกษ์อัมพาต ใช้เวลาหลายครั้ง อย่างต่ำ 2 ครั้ง/สัปดาห์  เป็นต้น
ภาพสถานที่บุญบัวคลินิก

ภาพภายนอกภายในอาคาร , 1117 ผู้ชม

Powered by MakeWebEasy.com